หลวงพ่อโต
หลวงพ่อโต
พระประธานอุโบสถวัดหอมเกร็ด
ขนาดหน้าตักประมาณ ๔ ศอกเศษ
ปางมารวิชัยหรือปางชนะมาร
ประทับนั่งแบบขัดสมาธิราบอยู่บนดอกบัวบาน
พระพักตร์รูปสี่เหลี่ยมมุมมน
เม็ดพระศกมีขนาดเล็กและเรียงอย่างเป็นระเบีัยบ
พระรัศมีเป็นรูป "ยันต์อุณาโลมนิพพาน" พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน
พระขนงโก่งเป็นวงโค้งรับกับพระเนตรที่หลบต่ำลงมามองยังเบื้องล่าง
พระเนตรขาวประดับด้วยเปลือกหอยมุกไฟ พระเนตรดำประดับด้วยนิล (หิน) สีดำสนิท
อุณาโลม ทำเป็นลายรูป พุ่มข้าวบิณฑฺ์ ประดับอยู่ระหว่างหัวคิ้วทั้งสอง
พระวรกาย พระหัตถ์ พระบาท การนุ่งห่มสบง จีวรและผ้าสังฆาฏิ มีพุทธลักษณะแบบสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ด้านหน้าใต้ที่ประทับลงมามีแผ่นจารึกหล่อติดเอาไว้มีข้อความ ดังนี้
"ศุภมัศดุพระัพุทธสาสนกาล เปนอดีตภาคย์ล่วงแล้วได้ ๒๔๔๗ พรรษาในปัจจุกาล ร.ศ. ๑๒๓ นาคะสัง วัจฉะระเชฐาเสศุขปกษ์เข ระวิวาเรอัฐมิคฤถีปริเฉทกาลเปน กำหนด ณ วันที่ ๑ ฯ ๗ ปีมะโรง ฉอศ๊ก๊ ข้าพเจ้าสายสุนทราปาสิกุปกสกพุทธบริษัส ได้ถาปนาการรุปพระพุทธปัฏิมากรณ์ไว้เปนที่สักการสาธารณหิตานุหิตประโยชน์แก่พุทธสาสนิชลในพระพุทธสาสนา ข้าพเจ้าทั้งสองขออุทิดพระพุทธปัฏิมากรณ์เปนขอท่าน เผือก บิดา อิ่ม มารดา ด้วยท่านทั้งสองถึงแก่การกิริยาไปย้งปะระโลกย์แล้ว ขอส่วนกุสลที่ข้าพเจ้าอุทิดตามนำส่งท่านส่งศุขติจงทุก ๆ ชาติ สุขโตโหมิ กุสลข้าเจ้าทั้งสองนี้ขอให้เปนปัจจัยแก่พระนิพพาน"
แปลความได้ดังนี้
"พระพุทธรูปองค์นี้ สร้างขึ้นเมือวันอาทิตย์ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๔๔๗ จุลศักราช ๑๒๖๖ ตรงกับปีที่ ๓๗ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยอุบาสก "สาย" และ อุบาสิกา "สุนทรา" ได้สร้างองค์พระปฏิมากรองค์นี้เพื่อถวายไว้ในพระศาสนา ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดา "ท่านเผือก" มารดา "อิ่ม" ผู้ล่วงลับไปแล้วจงสู่สุคติภพในทุก ๆ ชาติ ขอส่วนกุศลในครั้งนี้จงเป็นปัจจัยที่ทำให้ข้าพเจ้าทั้งสองเข้าถึงพระนิพพานต่ไปในเบื้องหน้า"

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น