Breaking News
Loading...
Share It

Gallery

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

test

test
08:06 by

\\bg



\\นาฬิกา

ศาลาสาธารณประโยชน์

ศาลาสาธารณประโยชน์
04:33 by



             ศาลาสาธารณประโยชน์ สร้างเป็นอาคารทรงไทยแบบประยุกต์ก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว หลังคาด้านหน้าทิศตะวันออกมีมุขยื่น ตังอาคารปล่อยโล่งเมื่อต้องการใช้งานและมีประตูเหล็กดึงปิดลงมาได้ อาคารหลังนี้เป็นศาลาอเอกประสงค์สามารถใช้เป็นสถานที่จัดงานต่างๆ ได้อย่างสะดวก เนื่องจากมีพื้นที่ใหญ่มาก ด้านทิศด้านทิศใต้ตอนบนมีข้อความ ดังนี้ "ศาลาสาธรณประโยชน์ 5 ธันวาคม 2545 คุณนิตย์-ศิริ มาชมบูรณ์ บริจาค 1,000,000 บาท ขออุทิศผลให้ เตี่ยสุดใจ-แม่หนูปิ่น มาชมสมบูรณ์ พร้อมประชาชนร่วมเป็นจำนวนเงิน 8,197,500 บาท เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2545"

ฌาปนสถาน

ฌาปนสถาน
03:14 by



ลักษณะเป็นอาคารทรงไทยแบบชั้นเดียว ตกแต่งด้วยช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ไว้อย่างสวยงาม อาคารหลังนี้ใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศลและมีเตาสำหรับฌาปนกิจอยู่ในหลังเดียวกัน อาคารหลังนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ 

ศาลาตักบาตร

ศาลาตักบาตร
02:59 by


ศาลาตักบาตร  

ขนาดกว้าง  ๑๑ เมตร  ยาว ๒๖ เมตร สร้างเป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนมีชั้นเดียว 
ศาลานี้มีหน้าจั่วไม่มีลวดลายไทยแต่งอย่างใด แต่ทำเป็นลูกฟักที่หน้าจั่วแบบหน้าพรหม 
ใต้ลงมามีข้อความ ดังนี้

"คุณพ่อกระจ่าง แม่ลำจวน  กัลยาณพงศ์  สร้างถวายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๗"
ชาวบ้านจึงมักเรียกชื่อศาลาว่า "ศาลาครูจ่าง"

รวมเป็นจำนวนเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) 


กุฏิหลวงพ่อห้อย

กุฏิหลวงพ่อห้อย
00:23 by





 กุฏิใหญ่ หรือ กุฏิิหลวงพ่อห้อย มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศในทวีปยุโรป คือ มีหลังคาทรงปั้นหยาดูแบนและเตี้ย โดยสร้างในเนวตามตะวันและมีความยาวถึง ๑๒ ห้อง ด้านหน้าทิศตะวันออกมีมุขโถงยื่นออกมา ส่วนใต้ถุนพื้นที่ปล่อยโล่ง ตัวอาคารชั้นบนมีฝาปะกนแบบฝาเสี้ยมล้อมรอบทุกด้าน  ฝาแบบนี้สามารถพับและเปิดปิดได้ตามต้องการ พื้นที่ภายในยังสามารถแบ่งกั้นเป็นห้องได้อีก ส่วนบนของฝาปะกนตกแต่งด้วยลายไม้ฉลุเพื่อใช้เป็นช่องระบายลมด้วยลวดลายฝรั่งที่เรียกว่า "ลายขนมปังขิง" ซึ่งมีความสวยงามมาก อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในสมัยพระครูไพศาลธรรมวาที (ห้อย บุญฺญสฺส) ทราบมาว่าในการสร้างใช้เงินถึง ๔๐,๐๐๐ บาท (สี่หมื่นบาทถ้วน) และเป็นอาคารที่ทันสมัยมากในครั้งนั้น โดยมีผู้บริจาคทรัพย์ร่วมสร้างซึ่งมีรายชื่อปรากฏอยู่ที่ต้นเสาปูนทุกต้น อาคารดังกล่าวเคยเป็นที่อยู่จำพรรษาของพระครูไพศาลธรรมวาที (ห้อย ปุญฺญสฺส) 



ศาลาการเปรียญ

ศาลาการเปรียญ
00:06 by


ศาลาการเปรียญของเดิมเป็นศาลาไม้ขนาดใหญ่ ยกพื้นสูงใต้ถุนปล่อยโล่ง  ทางวัดได้สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เพื่อใช้สำหรับในงานทำบุญตักบาตร ลักษณะโดยทั่วไปเป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนแบบยกพื้นสูง มีบันไดทางขึ้น ๒ ด้านทางทิศเหนือ การตกแต่งเครื่องบนหลังคาทั้งหมด เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบไทย ส่วนที่หน้าบันมีข้อความดังนี้

"ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารี"  ธรรมแลรักษาผู้ประพฤติธรรม"

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

หลวงพ่อโต

หลวงพ่อโต
23:50 by


หลวงพ่อโต 
พระประธานอุโบสถวัดหอมเกร็ด
ขนาดหน้าตักประมาณ ๔ ศอกเศษ 
ปางมารวิชัยหรือปางชนะมาร
ประทับนั่งแบบขัดสมาธิราบอยู่บนดอกบัวบาน  
พระพักตร์รูปสี่เหลี่ยมมุมมน 
เม็ดพระศกมีขนาดเล็กและเรียงอย่างเป็นระเบีัยบ 
พระรัศมีเป็นรูป "ยันต์อุณาโลมนิพพาน"  พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน  
พระขนงโก่งเป็นวงโค้งรับกับพระเนตรที่หลบต่ำลงมามองยังเบื้องล่าง
พระเนตรขาวประดับด้วยเปลือกหอยมุกไฟ พระเนตรดำประดับด้วยนิล (หิน) สีดำสนิท
อุณาโลม ทำเป็นลายรูป พุ่มข้าวบิณฑฺ์ ประดับอยู่ระหว่างหัวคิ้วทั้งสอง
พระวรกาย พระหัตถ์ พระบาท การนุ่งห่มสบง จีวรและผ้าสังฆาฏิ มีพุทธลักษณะแบบสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ด้านหน้าใต้ที่ประทับลงมามีแผ่นจารึกหล่อติดเอาไว้มีข้อความ ดังนี้

"ศุภมัศดุพระัพุทธสาสนกาล เปนอดีตภาคย์ล่วงแล้วได้ ๒๔๔๗ พรรษาในปัจจุกาล ร.ศ. ๑๒๓ นาคะสัง วัจฉะระเชฐาเสศุขปกษ์เข ระวิวาเรอัฐมิคฤถีปริเฉทกาลเปน กำหนด ณ วันที่ ๑ ฯ ๗ ปีมะโรง ฉอศ๊ก๊ ข้าพเจ้าสายสุนทราปาสิกุปกสกพุทธบริษัส ได้ถาปนาการรุปพระพุทธปัฏิมากรณ์ไว้เปนที่สักการสาธารณหิตานุหิตประโยชน์แก่พุทธสาสนิชลในพระพุทธสาสนา ข้าพเจ้าทั้งสองขออุทิดพระพุทธปัฏิมากรณ์เปนขอท่าน เผือก บิดา อิ่ม มารดา ด้วยท่านทั้งสองถึงแก่การกิริยาไปย้งปะระโลกย์แล้ว ขอส่วนกุสลที่ข้าพเจ้าอุทิดตามนำส่งท่านส่งศุขติจงทุก ๆ ชาติ สุขโตโหมิ กุสลข้าเจ้าทั้งสองนี้ขอให้เปนปัจจัยแก่พระนิพพาน"

แปลความได้ดังนี้

"พระพุทธรูปองค์นี้ สร้างขึ้นเมือวันอาทิตย์ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๔๔๗ จุลศักราช ๑๒๖๖ ตรงกับปีที่ ๓๗ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยอุบาสก "สาย" และ อุบาสิกา "สุนทรา" ได้สร้างองค์พระปฏิมากรองค์นี้เพื่อถวายไว้ในพระศาสนา ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดา "ท่านเผือก" มารดา "อิ่ม" ผู้ล่วงลับไปแล้วจงสู่สุคติภพในทุก ๆ ชาติ  ขอส่วนกุศลในครั้งนี้จงเป็นปัจจัยที่ทำให้ข้าพเจ้าทั้งสองเข้าถึงพระนิพพานต่ไปในเบื้องหน้า"